กินยากระดูกพรุนแล้วต้องถอนฟัน... เรื่องใหญ่ที่คนไข้ต้องรู้ เพื่อความปลอดภัยของขากรรไกร

 

กินยากระดูกพรุนแล้วต้องถอนฟัน... เรื่องใหญ่ที่คนไข้ต้องรู้ เพื่อความปลอดภัยของขากรรไกร

สวัสดีครับ หมอเก่งนะครับ วันนี้หมอมีเรื่องสำคัญที่คนไข้โรคกระดูกพรุนหลายท่านมักจะกังวลใจ และเป็นคำถามที่หมอพบบ่อยมากในห้องตรวจ นั่นคือเรื่องของ "ยากระดูกพรุนกับการทำฟัน" ครับ หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ... เรากินยารักษากระดูกที่สะโพกหรือกระดูกสันหลังอยู่ แล้วทำไมคุณหมอฟันถึงไม่กล้าถอนฟันให้? วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังแบบละเอียด แต่เข้าใจง่ายเหมือนมานั่งคุยกันที่หน้าห้องตรวจเลยครับ

เมื่อฟันมีปัญหา... ในวันที่เรากินยารักษากระดูก

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ คุณป้าสมศรี อายุ 68 ปี เป็นคนไข้ของหมอเอง คุณป้าทานยากระดูกพรุนชนิดเม็ดที่ชื่อว่า "ฟอซาแมกซ์" (Fosamax) มาได้ประมาณหนึ่งปีเศษๆ ตามที่หมอนัดตรวจติดตามอาการสม่ำเสมอ วันหนึ่งคุณป้ามีอาการปวดเสียวที่ฟันกรามซี่ในสุด พอไปหาคุณหมอฟัน ปรากฏว่ารากฟันเป็นหนองรุนแรง คุณหมอฟันแนะนำว่า "ต้องถอนทิ้งเท่านั้น"

แต่พอคุณป้าบอกคุณหมอฟันว่า "ตอนนี้กินยากระดูกพรุนอยู่นะคะหมอ" เท่านั้นแหละครับ คุณหมอฟันถึงกับหยุดชะงัก แล้วบอกคุณป้าว่า "ถ้าอย่างนั้นยังถอนไม่ได้นะครับ ต้องไปปรึกษาหมอกระดูกก่อน เพราะยารตัวนี้อาจทำให้กรามเน่าได้"

คุณป้าสมศรีกลับมาหาหมอด้วยความตกใจและสับสนครับ "หมอเก่งคะ ปวดฟันก็ปวด หนองก็เริ่มบวม แต่หมอฟันไม่ยอมถอนให้ บอกว่ากรามจะเน่า มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แล้วป้าต้องทำยังไงต่อดี?"

นี่คือสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นบ่อยมากครับ หมออยากให้ทุกคนใจเย็นๆ และค่อยๆ ฟังเหตุผลที่มาที่ไปกันครับ


ทำไมยากระดูกพรุนถึงไปยุ่งกับฟันและกราม?

เพื่อให้เข้าใจง่าย หมอขอเปรียบเทียบกระดูกในร่างกายเราเหมือน "บ้าน" หลังหนึ่งครับ

ในบ้านหลังนี้จะมีคนงานอยู่ 2 ฝ่ายทำงานแข่งกันตลอดเวลา ฝ่ายแรกคือ "ช่างก่อสร้าง" (สร้างกระดูกใหม่) และฝ่ายที่สองคือ "ช่างทุบ" (ทำลายกระดูกเก่าที่เสื่อมสภาพออกไป) ในภาวะปกติ ทั้งสองฝ่ายจะทำงานสมดุลกัน บ้านเราจึงแข็งแรงดี

แต่พอเราอายุมากขึ้น หรือเข้าสู่ภาวะ โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) เจ้าช่างทุบดันขยันเกินเหตุ ทุบกระดูกเราทิ้งเร็วกว่าที่ช่างก่อสร้างจะสร้างทัน ผลคือกระดูกเราบางลงและหักง่ายเหมือนไม้ผุๆ ครับ

ยาที่คุณป้าทานอยู่ (กลุ่มบิสฟอสโฟเนต) ทำหน้าที่เหมือน "โซ่ล่าม" ครับ มันจะเข้าไปล่ามขาเจ้าช่างทุบไว้ไม่ให้ทำงาน เพื่อให้ช่างก่อสร้างมีเวลาซ่อมบ้านให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีมากสำหรับกระดูกสะโพกและกระดูกสันหลัง

แต่ปัญหาอยู่ที่ "กระดูกขากรรไกร" ครับ กระดูกขากรรไกรเป็นส่วนที่มีการซ่อมแซมและผลัดเซลล์สูงมาก เพราะเราต้องเคี้ยวอาหารทุกวัน เมื่อเราทานยากระดูกพรุนไปนานๆ ช่างทุบถูกล่ามไว้จนไม่สามารถกำจัดกระดูกส่วนที่เสียๆ ออกไปได้ เมื่อเกิดแผลจากการถอนฟันหรือมีการติดเชื้อที่รากฟัน ร่างกายจึงซ่อมแซมแผลในกระดูกไม่ได้ตามปกติ จนอาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า "กระดูกขากรรไกรตาย" (Osteonecrosis of the Jaw) ซึ่งคนไข้มักเรียกว่ากรามเน่านั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรคกระดูกพรุนและการใช้ยา

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือภาวะที่ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดน้อยลง จนโครงสร้างกระดูกมีลักษณะโปร่งและเปราะบาง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักได้ง่าย แม้จะเกิดจากการกระแทกเพียงเล็กน้อย เช่น การจามแรงๆ หรือการลื่นล้มเบาๆ

สาเหตุและการเกิดโรค: ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมตามวัย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษามวลกระดูก นอกจากนี้ยังเกิดจากพันธุกรรม การขาดแคลเซียมและวิตามินดี หรือการใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง

อาการ: โรคนี้น่ากลัวตรงที่เป็น "มฤตยูเงียบ" ครับ มักไม่มีอาการเตือนใดๆ เลย จนกว่าจะเกิดเหตุการณ์กระดูกหักขึ้นมา เช่น ปวดหลังเรื้อรังจากกระดูกสันหลังยุบตัว หรือส่วนสูงลดลงอย่างเห็นได้ชัด


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัญหากระดูกกรามจากการใช้ยา

ไม่ใช่ทุกคนที่กินยากระดูกพรุนแล้วถอนฟันไม่ได้นะครับ ความเสี่ยงจะสูงขึ้นถ้าคุณมีปัจจัยเหล่านี้:

  1. ระยะเวลาที่ใช้ยา: ทานยากลุ่มนี้ติดต่อกันนานเกิน 3-4 ปี

  2. วิธีการบริหารยา: ผู้ที่รับยาผ่านทางเส้นเลือด (ฉีดเข้าเส้น) มีความเสี่ยงสูงกว่าชนิดทานมาก

  3. โรคประจำตัวอื่นๆ: เช่น โรคเบาหวานที่คุมน้ำตาลไม่ได้ หรือโรครูมาตอยด์

  4. พฤติกรรมเสี่ยง: การสูบบุหรี่ หรือดื่มสุราจัด

  5. การใช้ยาอื่นร่วมด้วย: เช่น การทานยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องนานๆ


การตรวจวินิจฉัยเพื่อประเมินความเสี่ยง

ก่อนที่คุณหมอจะตัดสินใจเรื่องถอนฟัน เรามักจะทำการตรวจดังนี้ครับ:

  • การตรวจร่างกาย: ดูสภาพช่องปาก การอักเสบ และตรวจความแข็งแรงของกระดูกส่วนอื่นๆ

  • การเอกซเรย์: เพื่อดูความหนาแน่นของกระดูกขากรรไกรและสภาพรากฟัน

  • MRI (ในบางกรณี): หากสงสัยว่ามีการตายของกระดูกขากรรไกรไปแล้ว เพื่อดูขอบเขตของรอยโรค

  • การตรวจมวลกระดูก (DEXA Scan): เพื่อดูว่าความหนาแน่นกระดูกปัจจุบันอยู่ในระดับใด พรุนมากหรือน้อยเพียงใด

  • การตรวจเลือด (Bone Markers): ในบางครั้งหมออาจตรวจดูค่าการผลัดเซลล์กระดูก เพื่อประเมินว่ากระดูกของคุณยัง "ขยับตัว" ได้ดีแค่ไหน


แนวทางการรักษาและการเตรียมตัวถอนฟัน

หากคุณจำเป็นต้องถอนฟันจริงๆ ขณะทานยากระดูกพรุน หมอมีขั้นตอนการดูแลดังนี้ครับ:

  1. การปรับพฤติกรรม: รักษาความสะอาดช่องปากให้ดีที่สุด บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามแพทย์สั่ง เพื่อลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียที่จะเข้าไปในแผล

  2. กายภาพบำบัด: ในแง่ของกระดูกพรุนทั่วไป คือการออกกำลังกายลงน้ำหนักเพื่อให้กระดูกส่วนอื่นแข็งแรงขึ้น แต่สำหรับขากรรไกรคือการดูแลกล้ามเนื้อบดเคี้ยวให้แข็งแรง

  3. การใช้ยา: คุณหมออาจให้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทานก่อนและหลังการถอนฟัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่กระดูก

  4. การหยุดยา (Drug Holiday): นี่คือหัวใจสำคัญครับ สำหรับยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตชนิดทาน หากทานมาไม่นาน ความเสี่ยงจะต่ำมาก แต่หากทานเกิน 3 ปี คุณหมอมักแนะนำให้ "หยุดยาก่อนถอนฟัน 2-3 เดือน" และเริ่มทานใหม่หลังจากแผลหายดีแล้วประมาณ 2 เดือน (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหมอเป็นรายๆ ไป)

  5. การผ่าตัด: หากเกิดภาวะกระดูกขากรรไกรตายไปแล้ว อาจต้องใช้การผ่าตัดเพื่อเอาชิ้นส่วนกระดูกที่ตายออก แต่เน้นย้ำครับว่า "ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่" หากเราเตรียมตัวและป้องกันได้ทันท่วงที


พยากรณ์โรค: โรคนี้จะหายไหม?

ภาวะกระดูกพรุน "รักษาให้ดีขึ้นได้ แต่ต้องอาศัยเวลา" ครับ โดยทั่วไปเราต้องทานยาและดูแลตัวเองต่อเนื่องอย่างน้อย 1-3 ปี เพื่อให้มวลกระดูกกลับมาแข็งแรงขึ้น ส่วนเรื่องกรามเน่านั้น หากตรวจเจอไวและได้รับการดูแลที่ถูกต้อง แผลจากการถอนฟันสามารถหายสนิทได้เหมือนคนปกติครับ และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้น้อยหากเรารักษาความสะอาดช่องปากได้ดี


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากเพิกเฉยหรือฝืนถอนฟันโดยไม่เตรียมตัว อาจเกิดปัญหาตามมาได้แก่:

  • แผลถอนฟันไม่หายสนิท มีกระดูกโผล่ขาวๆ ในปาก

  • มีการติดเชื้อลามเข้าสู่กระดูกขากรรไกรจนเป็นหนองเรื้อรัง

  • กระดูกขากรรไกรส่วนที่ตายอาจเกิดการหักเองได้ (Pathologic Fracture)

  • มีอาการปวดเสียวและชาที่ริมฝีปากเนื่องจากเส้นประสาทถูกรบกวน


5 วิธีป้องกันปัญหา "ยากระดูกพรุนกับฟัน"

  1. บอกประวัติยาทุกครั้ง: เมื่อไปหาหมอฟัน ต้องแจ้งชื่อยากระดูกพรุนที่ทานอยู่เสมอ (เอาตัวยาไปให้หมอดูด้วยจะดีที่สุดครับ)

  2. ตรวจฟันก่อนเริ่มยา: หากรู้ตัวว่าต้องเริ่มทานยากระดูกพรุน ควรจัดการปัญหาฟัน (อุด ถอน รักษาราก) ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มทานยา

  3. รักษาความสะอาดเป็นเลิศ: แปรงฟันให้ถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน และพบหมอฟันทุก 6 เดือน

  4. ทานแคลเซียมและวิตามินดีให้เพียงพอ: เพื่อช่วยให้กระดูกซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น

  5. สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีเศษกระดูกคมๆ โผล่ในปาก หรือแผลถอนฟันไม่หายเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบหมอทันที


Q&A: คำถามที่คนไข้ถามหมอบ่อยที่สุด

Q: ทานยากระดูกพรุนอยู่ แล้วปวดฟันกรามซี่ในสุดจนต้องถอน อันตรายไหม? A: มีความเสี่ยงเล็กน้อยเรื่องแผลหายยากครับ แต่ "ไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาด" ว่าถอนไม่ได้ เพียงแต่ต้องมีการวางแผนร่วมกันระหว่างหมอกระดูกและหมอฟันครับ

Q: ต้องหยุดยาก่อนถอนฟันนานแค่ไหน? A: ตามแนวทางสากล หากทานมาเกิน 3 ปี มักแนะนำให้หยุดยาประมาณ 2-3 เดือนก่อนถอน และหยุดต่ออีกจนกว่าแผลจะหายสนิท (ประมาณ 1-2 เดือน) แต่ถ้าทานมาไม่ถึงปี ความเสี่ยงต่ำมาก บางท่านอาจไม่ต้องหยุดเลยครับ

Q: ถ้าไม่ถอนฟัน แต่ใช้วิธีรักษารากฟันแทนได้ไหม? A: ได้ครับ! การรักษารากฟันหรือการทำฟันที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกระดูก (เช่น อุดฟัน ขูดหินปูน) สามารถทำได้ปกติและปลอดภัยกว่าการถอนฟันครับ


สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaway)

  1. การทานยากระดูกพรุน (Fosamax) มีความเสี่ยงต่ำมากที่จะเกิดปัญหาที่กราม แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องถอนฟัน

  2. หากจำเป็นต้องถอนฟัน ควรปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้ที่จ่ายยากระดูกพรุนเพื่อประเมินการ "หยุดยาชั่วคราว"

  3. การหยุดยาก่อนถอนฟัน 2-3 เดือนเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่นิยมใช้ในกรณีที่ทานยามานาน

  4. สุขอนามัยในช่องปากที่ดีคือเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด

  5. อย่าหยุดยากระดูกพรุนเองโดยไม่ปรึกษาหมอ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงกระดูกส่วนอื่นหักได้

หากคุณมีอาการปวดฟันขณะทานยากระดูกพรุน อย่าเพิ่งตกใจครับ ทุกปัญหามีทางออกทางการแพทย์ที่ปลอดภัยเสมอ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดฟัน #ยากระดูกพรุน #ถอนฟัน #กระดูกพรุน #กรามเน่า #กระดูกตาย #รักษารากฟัน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ฟอซาแมกซ์ #สุขภาพผู้สูงอายุ #Osteoporosis #Bisphosphonates #MRONJ #Fosamax #DentalCare


Reference List

  1. Adler RA, El-Hajj Fuleihan G, Bauer DC, et al. Managing osteoporosis in patients on long-term bisphosphonate treatment: report of a task force of the American Society for Bone and Mineral Research. J Bone Miner Res. 2016 Jan;31(1):16-35. doi:10.1002/jbmr.2708. PMID: 26350171.
    บทความนี้เป็นรายงานจากคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเรื่องการใช้ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตนานๆ ในผู้ป่วยกระดูกพรุน ว่าควรใช้ต่อ หยุดพักยา หรือเปลี่ยนแนวทางเมื่อไร
    อธิบายข้อดีข้อเสียของการใช้ยานานๆ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนหายาก เช่น กระดูกต้นขาหักผิดปกติ ทำให้หมอใช้ตัดสินใจดูแลผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

  2. Ruggiero SL, Dodson TB, Aghaloo T, et al. American Association of Oral and Maxillofacial Surgeons' position paper on medication-related osteonecrosis of the jaw—2022 update. J Oral Maxillofac Surg. 2022 May;80(5):920-943. doi:10.1016/j.joms.2022.02.008. PMID: 35300956.
    เอกสารนี้คือข้อแนะนำอย่างเป็นทางการของสมาคมศัลยแพทย์ช่องปากสหรัฐฯ เกี่ยวกับภาวะกระดูกขากรรไกรตายจากยา (MRONJ) ฉบับอัปเดตปี 2022
    เขียนถึงวิธีประเมินความเสี่ยง การเตรียมช่องปากก่อนเริ่มยา การดูแลแผลในช่องปาก และแนวทางรักษาเมื่อเกิด MRONJ ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาช่องปากรุนแรงในคนที่ใช้ยากระดูกพรุน

  3. Black DM, Rosen CJ. Clinical practice. Postmenopausal osteoporosis. N Engl J Med. 2016 Jan 21;374(3):254-262. doi:10.1056/NEJMcp1513724. PMID: 26789873.
    บทความนี้อธิบายโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน แบบอ่านเข้าใจง่าย ครอบคลุมทั้งการประเมินความเสี่ยงกระดูกหัก การตรวจวัดมวลกระดูก และเกณฑ์เริ่มรักษา
    ยังสรุปข้อดีข้อเสียของยาหลัก เช่น บิสฟอสโฟเนต เดโนซูแมบ และเทอริพาราไทด์ รวมทั้งแนวคิดการหยุดยาเป็นช่วงๆ ทำให้หมอและคนไข้ช่วยกันตัดสินใจรักษาอย่างปลอดภัยได้

  4. Khan AA, Morrison A, Hanley DA, et al. Diagnosis and management of osteonecrosis of the jaw: a systematic review and international consensus. J Clin Endocrinol Metab. 2015 Jan;100(1):16-32. doi:10.1210/jc.2014-0978. PMID: 25414052.
    งานนี้รวบรวมข้อมูลทั่วโลกเกี่ยวกับภาวะกระดูกขากรรไกรตายจากยา ตั้งแต่การพบได้บ่อยแค่ไหน สาเหตุ กลไกการเกิดโรค ไปจนถึงวิธีวินิจฉัยและรักษาตามฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ
    อธิบายให้เข้าใจว่าคนที่ได้ยากระดูกพรุนหรือยาขนาดสูงในผู้ป่วยมะเร็งมีความเสี่ยงอย่างไร และควรป้องกันอย่างไร เช่น ตรวจฟันให้ดี รักษาฟันก่อนเริ่มยา และติดตามช่องปากอย่างสม่ำเสมอ

  5. Yarom N, Shapiro CL, Peterson DE, et al. Medication-related osteonecrosis of the jaw: MASCC/ISOO/ASCO clinical practice guideline. J Clin Oncol. 2019 Sep 1;37(25):2270-2290. doi:10.1200/JCO.19.01186. PMID: 31329513.
    บทความนี้เป็นแนวทางปฏิบัติร่วมของ MASCC/ISOO/ASCO สำหรับการป้องกันและรักษาภาวะ MRONJ ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยากลุ่ม bone‑modifying agents
    ให้คำแนะนำเรื่องการตรวจช่องปากก่อนให้ยา การหลีกเลี่ยงการผ่าฟันไม่จำเป็นระหว่างการรักษา การวินิจฉัยและจัดระยะ MRONJ และการดูแลแบบประคับประคองเพื่อลดอาการเจ็บปวดและการติดเชื้อ

Comments

Popular posts from this blog

ต้องถอนฟัน 20 ซี่ก่อนฉีดยากระดูกพรุนจริงไหม? เจาะลึกแนวทางปฏิบัติล่าสุดที่คุณแม่วัย 80 ต้องรู้

เพิ่งฉีด "ยา Denosumab" (ยารักษากระดูกพรุน) ไปเมื่อไม่กี่วัน... จะไปอุดฟันหรือขูดหินปูนได้ไหม?